2006/Apr/11

ชอบๆ พอใส่เพลงได้ก็เลยอยากจะใส่ไว้เยอะๆ

จะได้มีเพลงฟังตลอดเวลาที่ออนไลน์




2006/Apr/11

คลิ๊กที่ดอกไม้ ~ ด้านซ้ายเลย



2006/Mar/03

"การจัดการความรู้" เพื่อเพิ่มมูลค่า

อาภรณ์ ภู่วิทยพันธุ์
(p_arporn11@hotmail.com)

ความรู้เกิดจากการแสวงหาเป็นพรแสวงมากกว่าพรสวรรค์ที่ติดตัวมาแต่เกิด ความรู้เป็นสิ่งที่สามารถฝึกฝนและเรียนตามทันกันได้ ความรู้ไม่จำกัดอายุและชนชั้นทุกคนมีสิทธิ์ที่จะขวนขวายหาความรู้ได้ คงไม่มีใครปฏิเสธได้ว่า "ผู้มีความรู้มากย่อมได้เปรียบ" และจะได้เปรียบยิ่งกว่าหากสามารถนำความรู้ที่มีมาประยุกต์ใช้ในการทำงานให้เกิดประโยชน์ได้ 

การจัดการความรู้ (Knowledge Management)จึงเป็นกระบวนการที่สำคัญที่จะทำให้คุณรู้จักหาความรู้และนำความรู้มาใช้ในการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นระบบการจัดการความรู้จำเป็นต้องมีการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง (Continuous Leaning) อยู่ตลอดเวลาเพราะการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องจะทำให้คุณเป็นคนที่มีโลกทัศน์และวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลรู้ว่าควรทำอะไรไม่ควรทำอะไรในช่วงเวลาไหนรับรู้ถึงข้อดีข้อเสียจากการเลือกปฏิบัติในแนวทางใดทางหนึ่ง ซึ่งความสามารถต่าง ๆเหล่านี้เองที่จะสะท้อนถึงคุณค่า (Value) ของตัวคุณที่คุณเองในฐานะของพนักงานอาจไม่เห็นผลชัดเจนในช่วงเวลานี้แต่หากคุณเติบโตก้าวหน้าเป็นผู้บริหารแล้วล่ะก็ ความสามารถต่าง ๆนี้จะทำให้คุณมีข้อได้เปรียบเหนือกว่าคนอื่นและนั่นก็หมายความว่าคุณจะมีผลการปฏิบัติงานที่ดีและมีศักยภาพในการทำงานในตำแหน่งงานที่สูงขึ้นต่อไป

การจัดการความรู้ (Knowledge Management)ไม่ใช่เรื่องยากและไม่ใช่สิ่งที่จะเห็นผลในช่วงระยะเวลาอันสั้นแต่เป็นเรื่องการตอบแทนระยะยาวที่เกิดจากการสั่งสมมาอย่างต่อเนื่องหากคุณต้องการมีอนาคตที่สดใส มีหน้าที่การงานที่ดี...ขอให้คุณเริ่มสำรวจตัวเองว่าคุณมีความรู้และประยุกต์ใช้ความรู้ที่มีไปมากน้อยแค่ไหนและจงระลึกไว้เสมอว่า .... ความรู้ย่อมไม่มีคำว่าสายเกินไป เพียงแต่ขอให้คุณมีหัวใจที่จะพัฒนาและเพิ่มมูลค่า (Value) ของตัวคุณเองเพื่อผลสำเร็จและเป้าหมายในอนาคตคุณย่อมที่จะเริ่มต้นในการบริหารและจัดการความรู้ของตนเองได้......ดิฉันขอนำเสนอหลักหรือเทคนิคง่าย ๆ เพื่อการจัดการความรู้ให้เกิดประสิทธิภาพดังต่อไปนี้

"การแสวงหา"ความรู้
หากคุณไม่แสวงหาที่จะรู้ ความรู้ย่อมไม่เกิดขึ้นพบว่าหลายต่อหลายคนมักจะยุ่งกับการทำงานประจำวัน จนละเลยที่จะหาความรู้เพิ่มเติมเหตุเพราะไม่มีเวลา แค่ทำงานประจำวันให้เสร็จตามกำหนดเวลาก็จะแย่อยู่แล้วและจะเอาเวลาที่ไหนไปแสวงหาความรู้ ..... หากคุณกำลังมีความคิดเหล่านี้ขอให้ปรับเปลี่ยนความคิดใหม่ การแสวงหาความรู้ย่อมจะเกิดขึ้นได้หากคุณมีหัวใจที่ใฝ่รู้ความอยากหรือความต้องการนี้จะเป็นพลังผลักดันให้คุณเริ่มที่จะบริหารเวลาส่วนหนึ่งเพื่อการแสวงหาความรู้และความรู้มิใช่เกิดขึ้นจากการอ่านเพียงอย่างเดียว ....ความรู้อาจเกิดขึ้นได้จากแหล่งต่าง ๆ เช่น

  • การฟัง...ให้มากฟังเทปชุดความรู้ที่เกี่ยวข้องกับงานคุณเอง ฟังข่าวสารต่าง ๆที่มีผลกระทบต่อการทำงานของคุณหรือแม้กระทั่งการรับฟังความคิดเห็นหรือประเด็นปัญหาต่าง ๆ จากหัวหน้างานเพื่อนร่วมงาน ลูกน้อง และลูกค้าของคุณเอง

  • การถาม...ให้รู้การซักถามผู้รู้เมื่อสงสัยหรือไม่เข้าใจนั้นเป็นอีกวิธีการหนึ่งในการสร้างองค์ความรู้ให้เกิดขึ้นทั้งนี้การตั้งข้อคำถามต้องมิใช่เพื่อเป็นการลองภูมิหรือการดูหมิ่นในความรู้ของผู้อื่นคุณควรให้เกียรติบุคคลที่เราต้องการสอบถามข้อมูลด้วยเสมอ

  • การอ่าน...ให้สนุกคุณควรปลูกฝังนิสัยให้เป็นคนรักการอ่านโดยพยายามจัดสรรเวลาในแต่ละวันเพื่อการอ่านหนังสือที่เกี่ยวข้องกับสายอาชีพของตัวคุณเองซึ่งคุณต้องถามตัวคุณทุกครั้งว่า "อะไรที่คุณได้รับบ้างจากการอ่านหนังสือ"

"การประยุกต์ใช้" ความรู้
ความรู้ที่คุณได้รับย่อมไม่เกิดประโยชน์ขึ้นมาหากคุณรู้แล้วไม่นำมาใช้ปฏิบัติผู้ที่มีความรู้มากย่อมจะมีข้อมูลเพื่อการวางแผนงาน กำหนดกลยุทธ์และสามารถตัดสินใจในการเลือกแนวทางเลือกสำหรับการแก้ไขปัญหาได้อย่างถูกต้องความรู้จะทำให้คุณมีความพร้อมและกล้าพอที่จะเผชิญกับปัญหาต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดีความรู้จะทำให้คุณมีไอเดียหรือความคิดสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆความรู้ทำให้คุณมีหลักการหรือเหตุผลที่น่าเชื่อถือได้ในการตอบข้อซักถามหรือประเด็นข้อสงสัยจากหัวหน้างานเพื่อนร่วมงาน ลูกน้อง หรือแม้กระทั่งลูกค้าของคุณเอง 

พบว่าผู้ที่ไม่มีการแสวงหาความรู้อย่างต่อเนื่องคิดแต่จะทำงานประจำวันของตนเองให้เสร็จไม่จัดสรรเวลาเพื่อหาความรู้เพิ่มเติมเพราะไม่เห็นความสำคัญบุคคลเหล่านั้นมักจะใช้ชีวิตการทำงานเพื่อปัจจุบันเท่านั้นลืมคิดไปถึงอนาคตในหน้าที่การงานที่ส่งผลในระยะยาวอาจเป็นพวกที่อยากได้ค่าตอบแทนในรูปของเงินเดือนและโบนัสที่สูงขึ้น ทั้ง ๆที่ไม่เคยพัฒนาตนเองไม่ว่าจะเป็นด้วยวิธีการใดก็ตามซึ่งก็รวมไปถึงวิธีการหาความรู้จากการจัดสรรเวลาเพื่อศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมและรู้จักประยุกต์ใช้ความรู้ที่มีสร้างสรรค์ผลงานปรับปรุงระบบงานหรือวีธีการทำงานให้ดีขึ้นอยู่เสมอเพียงเพราะคิดไปเองว่าตนเองอุทิศตนให้บริษัทแล้ว หรือทำงานมานานแล้วหรือายุงานมากขึ้นซึ่งไม่เคยคิดที่จะลาออกหรือไปทำงานให้กับบริษัทอื่นเลย ....ยุคสมัยนี้ผลตอบแทนมักจะขึ้นกับมูลค่า (Value) ซึ่งเป็นความรู้ความสามารถที่คุณมีและบริษัทต้องการ 

"การพัฒนา ...ประเมิน....ติดตามผล"ความรู้
ความรู้ไม่ควรหยุดนิ่งความรู้ย่อมต้องมีพัฒนาการและความต่อเนื่องเนื่องจากโลกปัจจุบันมีความเคลื่อนไหวและมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาหากคุณหยุดที่จะเรียนรู้จะทำให้คุณไม่รับรู้กระแสของการเปลี่ยนแปลงดังนั้นคุณควรสำรวจเพื่อประเมินตัวเองว่าองค์ความรู้ของคุณมีได้พัฒนาไปมากน้อยแค่ไหนและเรื่องไหนบ้างที่คุณยังไม่รู้ แต่ควรที่จะรู้รวมทั้งมีวิธีการอย่างไรที่จะทำให้คุณได้ความรู้เพิ่มขึ้นโดยการจัดทำตารางการประเมินเพื่อพัฒนาความรู้ของคุณ ดังนี้

ความรู้ที่มี

ความรู้ที่ไม่มี

วิธีการหาความรู้

เวลาที่จะเรียนรู้

กระบวนการหรือวิธีการ

เทคนิคการเจรจาต่อรอง

- อ่านหนังสือ 

- ทุกเช้าก่อนเริ่มงาน 30 นาที

จัดซื้อ / จัดหา

กับ Supplier

- เข้าฟังสัมมนา/อบรม

- เข้าอบรมวันที่ xx เม.ย. 47

นอกจากนี้คุณควรติดตามผลการนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ว่าคุณสามารถนำไปใช้กับการทำงานของคุณบ้างหรือไม่และผลที่ได้รับเป็นอย่างไรบ้างเพราะการติดตามผลนี้เองจะช่วยให้คุณเริ่มประเมินตนเองว่าต้องการเสริมความรู้อะไรเพิ่มขึ้นเพื่อว่าคุณจะได้หาวิธีการในการพัฒนาองค์ความรู้ให้เกิดขึ้น

สรุปว่าการจัดการความรู้ (Knowledge Management) เป็นอีกวิธีการหนึ่งที่จะทำให้คุณมีมูลค่าหรือค่าตัวในการทำงานที่เพิ่มขึ้นซึ่งไม่สามารถเห็นผลได้ทันทีทันใดแต่เป็นกระบวนการที่ต้องใช้ระยะเวลาและการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง...เพียงแต่ขอให้คุณมีความตั้งใจและมีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาตนเองคุณย่อมจะเป็นผู้หนึ่งที่ได้เปรียบในการทำงานจากความรู้ที่คุณเองสั่งสมมาอยู่ตลอดเวลา